หมวดหมู่: ข่าวทั่วไป


พนักงานเก็บขยะเขตราษฎร์บูรณะ พบระเบิดแบบสังหาร ขณะกำลังบีบอัดขยะที่บริเวณท้ายรถ ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 28 หน่วยอีโอดีเข้าตรวจสอบแล้ว คาดมีคนนำมาทิ้งเพื่อพ้นผิด

เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี เข้าตรวจสอบภายในซอยสุขสวัสดิ์ 28 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร หลังรับแจ้งจาก นายจีรศักดิ์ อายุ 37 ปี พนักงานเก็บขยะเขตราษฎร์บูรณะว่าพบระเบิดอยู่ในสภาพสลักและกระเดื่องหลุดออก โดยเจ้าหน้าที่ได้กันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ประมาณ 200 เมตร

จากการตรวจสอบของหน่วยอีโอดี พบว่าเป็นระเบิดแบบสังหารชนิด MK2 อยู่ในสภาพพร้อมทำงานโดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้ยางรถยนต์ครอบไว้เพื่อนป้องกันเหตุไม่คาดคิดแต่จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าระเบิดดังกล่าวมีการนำดินปืนและเชื้อปะทุออกแล้ว จึงเก็บส่วนประกอบที่เหลือมาตรวจสอบลายนิ้วมือ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ ได้ทำการสอบสวนพนักงานเก็บขยะ ที่พบระเบิด เบื้องต้นคาดว่ามีผู้นำมาทิ้งไว้เนื่องจากกลัวความผิดในการครอบครองวัตถุระเบิดจึงนำมาทิ้งเพื่อพ้นผิด ก่อนให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนออกติดตามหาข่าวและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามเจ้าของระเบิดรายนี้มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ตำรวจเมืองอุดรฯจับเด็กชายวัย 13 ปี หลังลวงเด็กหญิงวัย 12 ปี ข่มขืนในไร่อ้อย เจ้าตัวสารภาพเห็นเพื่อนมีอะไรกับแฟนที่บ้านเลยเกิดอารมณ์ ขณะที่แม่เด็กชายอ้างลูกแค่ใช้นิ้วเพื่อสำเร็จความใคร่

เมื่อวานนี้ (10 พ.ย. ที่ สภ.เมืองอุดรธานี นางนาง นามสมมุติ แม่ของ ด.ช.บี นามสมมุติ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่ง เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่นัดว่า จะนำตัว ด.ช.บี มารายงานตัว หลังจากที่ผู้ปกครองของ ด.ญ.เอ นามสมมุติ นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความ ว่า ด.ญ.เอ ถูกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ มาประกบ บังคับให้ ด.ญ.เอ ขี่รถตามไป และได้ทำการล่วงละเมิดทางเพศในไร่อ้อย ขณะที่ ด.ญ.เอ ขี่รถจักรยานยนต์กลับจากส่งน้องไปโรงเรียน เหตุเกิดในไร่อ้อย เขตติดต่อระหว่างบ้านไร่-บ้านดงเค็ง ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุ ทางตำรวจชุดสืบสวน ได้ออกสืบสวนติดตามตัวคนร้าย และตรวจสอบจากภาพกล้องวงจรปิด จนทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือ ด.ช.บี และได้ทำการสอบปากคำเบื้องต้น ยอมรับว่าได้ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศ ด.ญ.เอ จริง พร้อมของกลางหลักฐาน คือรถจักรยานยนต์และชุดที่ใส่ในวันก่อเหตุก่อนปล่อยตัวไป

พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อทางแม่ของ ด.ช.บี พาลูกชายมาแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี โดยเมื่อมีการแสดงตัว และไม่มีทีท่าว่าจะหลบหนี จึงปล่อยตัว ด.ช.บี โดยไม่มีการควบคุมตัวตามขั้นตอน และขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากทางผู้เสียหาย ยังไม่สะดวกที่จะมาให้การเพิ่มต่อหน้าสหวิชาชีพ โดยทางพนักงานสอบสวนจะมีการนัดมาให้ปากคำอีกครั้ง

ส่วน ด.ช.บี หลังจากมีการสอบปากคำผู้เสียหายเสร็จแล้ว ทางพนักงานสอบสวน ก็จะต้องเรียกตัวมาเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมต่อหน้าสหวิชาชีพด้วยเช่นกัน หลังจากสอบปากคำทั้งผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุที่เป็นผู้เยาว์ทั้งคู่จึงจะแจ้งข้อกล่าวหาได้


นักวิชาการเคนยามีข้อเสนอให้จับแยก สิงโตเพศผู้ 2 ตัวออกจากกัน หลังมีท่าทีรักร่วมเพศ ขณะที่ชาวโลกเห็นต่างและไม่พอใจที่กล่าวหาว่า นักท่องเที่ยวรักเพศเดียวกันทำให้สิงโตเลียนแบบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภาพถ่ายที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงไปทั่วโลก หลังช่างภาพสารคดีได้เผยแพร่ภาพสิงโตตัวผู้ 2 ตัวในประเทศเคนยา กำลังเล้าโลมคลอเคลียแสดงอาการเหมือนเป็นคู่รัก ทำให้เชื่อว่าพวกมันมีพฤติกรรมรักร่วมเพศในสายพันธุ์เดียวกัน อีกทั้งยังกล่าวหาว่าสิงโตคู่นี้ได้ลอกเลียนแบบพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศด้วย

ล่าสุดมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการหารือแก้ไขปัญหาภาพดังกล่าวที่เผยแพร่ออกมา ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นความผิดปกติของสัตว์ป่าเหล่านี้ ขณะที่บางหน่วยงานได้นำเสนอขอให้ทางการเคนยา ดำเนินการจับแยกสิงโตตัวผู้ทั้ง 2 ตัวออกจากกัน เนื่องจากเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยสู้ดีของการสืบสายพันธุ์ของสัตว์ป่าตามธรรมชาติ

ดร.อีเซเกล มูทัว ผู้บริหารระดับสูงของคณะกรรมการบอร์ดสื่อแห่งเคนยา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและเสนอให้สิงโตตัวผู้ทั้ง 2 ตัว ที่มีลักษณะเป็นคู่รักกันนั้นต้องแยกออกจากกัน โดยเขาได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์เอาไว้ว่า “หากเจ้าป่าของเราเริ่มมีพฤติการณ์เป็นโฮโมเซ็กชวล นั่นเท่ากับว่าอีกหน่อยสัตว์ป่าคงถึงการอวสานเป็นแน่” ซึ่งข้อความดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

ดร.อีเซเกล ยังได้อธิบายกับสื่อท้องถิ่นอีกว่า สัตว์ป่าเหล่านี้ควรได้รับการบำบัดและฟื้นฟูคืนสภาพตามวิถีธรรมชาติ อาจจะเป็นไปได้ว่าพวกมันลอกเลียนแบบพฤติกรรมจากนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวรักร่วมเพศที่เข้าไปท่องเที่ยว พวกมันไม่ได้มีสื่อหรือดูหนังในป่าเอง ทำให้เชื่อว่าคงต้องเลียนแบบอะไรมาสักอย่าง

ประเด็นดังกล่าวทำให้กลายเป็นเรื่องถกเถียงในโลกออนไลน์ แม้ว่าบางคนจะมองเห็นว่าเป็นพฤติกรรมที่ผิดแปลกจากธรรมชาติโดยทั่วไป แต่ก็มีกระแสที่ไม่เห็นด้วยที่จะทำลายความเป็นธรรมชาติของสัตว์ป่า ไม่ว่าพวกมันจะมีพฤติกรรมทางเพศเป็นเช่นนั้น

อีกทั้งยังมั่นใจว่าพฤติกรรมโฮโมเซ็กชวลในสัตว์มีอยู่จริง และไม่ใช่เรื่องใหม่หรือเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ โดยมีนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์วิจัยประเด็นนี้มาอย่างยาวนาน เชื่อว่คงไม่มีใครหน้าไหนที่จะกล้าออกไปมีอะไรกันอยู่กลางพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่เต็มไปด้วยอันตรายจากสัตว์ป่าแบบนั้น

สำหรับภาพถ่ายดังกล่าวเป็นของ พอล โกลด์สตีน ช่างภาพสารคดีชื่อดัง เขาระบุว่าได้ถ่ายเอาไว้ในเขตป่าอนุรักษ์มาร์ซาย มารา ประเทศเคนยา เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยเขายังรู้สึกทึ่งและประหลาดใจกับสิ่งที่ได้เห็น แต่ก็ผิดหวังกับคำพูดของผู้นำที่กลับมองว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ธรรมชาติ และกล่าวหาว่ามนุษย์เป็นผู้ทำให้สัตว์ลอกเลียนแบบ


พระครูเผยบทสนทนากับ ตูน บอดี้สแลม ผู้ชายคนนี้สร้างศรัทธา คุณโยมทำปักษ์ใต้บ้านอาตมาน้ำท่วม ท่วมไปด้วยน้ำใจ

(9 พ.ย.) โลกออนไลน์แชร์สนั่น หลังจาก พระครูปลัดยอดโดม สิริปญฺโญ เผยภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ยอดโดม สิริปญฺโญ เผยภาพและบทสนทนาที่ได้คุยกับ ตูน บอดี้สแลม หลังวิ่งในโครงการ ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาล ผ่านมาที่วัดนํ้าน้อยนอก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พระครูจึงได้มอบเงินทำบุญ และพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้กับนักร้องหนุ่ม พร้อมพูดคุยกันสั้นๆ แต่ทุกประโยคเต็มไปด้วยความหมายว่า…

“งดงามด้วยการกระทำ

กระซิบบอกเขาว่า “หลายวันก่อนโยมยังเป็นนักดนตรี แต่วันนี้ กลายเป็น นักสร้างตำนานแล้ว”
เขารีบเงยหน้าขึ้นมาตอบว่า “ไม่ใช่ผมหรอกครับ ทุกคนต่างหากที่สร้างตำนาน”

หยิบภาพล้นเกล้าในหลวงรัชกาลที่ ๙ มอบให้ แล้วบอกเขาว่า “ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านเคยเสด็จมาที่วิหารด้านหน้านี้ด้วยเช่นกัน” เขามองภาพแล้ว …..หลับตา
สุดท้าย เขาบอกพระว่า “ช่วยจับหัวผมหน่อยครับ” จับหัวเขาแล้วอำนวยพรว่า “ขอให้สำเร็จทุกประการ”

คุณโยมทำปักษ์ใต้บ้านอาตมาน้ำท่วม ท่วมไปด้วยน้ำใจ ที่ไม่มีกำแพงใดๆ ไม่ว่าเชื้อชาติ ศาสนา เพศ วัย หรือสิ่งใด ขวางกั้นได้

อ่อนโยน – อ่อนน้อม – ถ่อมตัว – จริงใจ – มั่นคง – มั่นใจ – เสียสละ เพราะหลายสิ่งในตัวผู้ชายคนนี้ จึงก่อให้เกิด “ศรัทธา” ที่ท่วมท้น

#อนุโมทนา ผู้ร่วมสร้างสิ่งดีงามในครั้งนี้ทุกท่าน #บันทึกไว้ในความทรงจำ #ก้าว #ก้าวคนละก้าว “


(8 พ.ย.) สถานการณ์นำท่วมในพื้นที่ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะในพื้นที่ฝนยังคงตกหนักติดต่อกัน ถนนในหมู่บ้านหลายสายน้ำท่วมสูง 30-50 เซนติเมตร แต่รถเล็กยังสามารถผ่านได้อย่างช้าๆ จึงทำให้รถติดขัดสะสมกันเป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตร

เวลา 15.00 น. ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ป้องกันและบรรเทาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รายงานสถานการณ์น้ำท่วมว่า น้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่ อ.ทับสะแก หลายแห่ง ต้องสั่งปิดโรงเรียน 9 แห่ง ธนาคาร 2 แห่ง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

จากการตรวจสอบพบว่าที่อ.บางสะพาน ค่อนข้างได้รับผลกระทบมากกว่าอำเภออื่น วัดระดับน้ำสูงสุด ประมาณ 50 ซม. มีบ้านเรือนประชาชนกว่า 20 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน สำหรับบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ในจุดเสี่ยงนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือให้อพยพออกมาพักพิงยังเต็นท์ชั่วคราวที่ทางจังหวัดจัดหาไว้ให้ จนกว่าระดับน้ำจะลดลงจนแห้งจึงจะย้ายกลับไปพักอาศัยในบ้านเรือนได้ตามปกติต่อไป

นายศักรินทร์ ทุมเสน นอภ.บางสะพาน เปิดเผยอีกครั้งว่า สถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ อ.บางสะพาน ระดับน้ำในจุดที่น่าเป็นห่วงคือ พื้นที่ อบต.ธงชัย และ ทต.บ้านกรูด ที่ต้องรับปริมาณน้ำจาก 2 อ่างใหญ่ทำให้ระดับน้ำเพิ่มอย่างต่อเนื่องจนต้องมีการอพยพประชาชนบางส่วนไปยังที่ปลอดภัยและในเขตเทศบาลบ้านกรูดระดับน้ำในคลองวังพลูได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่ในตลาดบ้านกรูด

ขณะเดียวกัน น้ำป่าที่ไหลลงคลองบางสะพาน ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงระดับเตือนสีเหลือง เข้าใกล้ภาวะวิกฤต โรงพยาบาลบางสะพานได้ย้ายผู้ป่วยหนักไปยังโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์แล้ว 3 ราย และเตรียมย้ายผู้ป่วยหนักเพิ่มเติมอีก รวมทั้งเคลื่อนย้ายเครื่องมือทางการแพทย์ราคาสูงที่อยู่ชั้น 1 ไปไว้บริเวณชั้น 2 ของอาคาร 6 ชั้น เนื่องจากมีแนวโน้มว่าระดับน้ำอาจสูงขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า พายุดีเปรสชั่นซึ่งขณะนี้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ กำลังเคลื่อนตัวไปยังภาคใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต และออกสู่ทะเลอันดามันในวันที่ 9 พ.ย.นี้ แต่ยืนยันว่าไม่มีพายุระลอกที่สองตามข่าวลือในโลกออนไลน์


2 สาวนักธุรกิจร้านดอกไม้และร้ายเสริมสวย จูงมือกันแต่งงาน เผยเบื่อผู้ชายหลังเคยแต่งงานแล้วหย่าร้าง

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 รายงานข่าวว่า ที่ จ.ลพบุรี มีพิธีแต่งงานระหว่างนางสาวอำพร เปลี่ยนชัย อายุ 33 ปี อาชีพเจ้าของร้านดอกไม้ และนางสาวฉัตรกุล พวงสมบัติ อายุ 37 ปี เป็นเจ้าของร้านเสริมสวย ทั้งคู่พบรักกันระหว่างไหว้พระนอน วัดพระนอน จ.สิงห์บุรี คบหาดูใจกันมากระทั้งรู้ใจ

นางสาวอำพร เปิดเผยว่า คบหากันเป็นเพื่อนมาก่อนและต่างคนต่างก็เคยมีครอบครัว แต่เกิดปัญหาหย่าร้าง ทำให้รู้สึกเบื่อผู้ชาย จึงอยากดูแลซึ่งกันและกัน และเพื่อให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายสบายใจจึงตัดสินใจแต่งงานกันโดยมีสินสอดเป็นทองคำหนัก 50 บาท แหวนเพชร 1 วง และเงินสด 1 ล้านบาท รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างชื่นมื่น ช่วงเช้าเป็นพิธีแบบไทย และมีพิธีฉลองมงคลสมรสและกินเลี้ยงที่ศาลาประชาคมเทศบาลเมืองลพบุรีโดยแขกที่มาร่วมงานในช่วงกลางคืนต่างสวมใส่ชุดแดงแบบงานแต่งงานของชาวไทยเชื้อสายจีนมาร่วมงานกันจำนวนมาก


“ตูน บอดี้สแลม” เริ่มวิ่งวันที่ 6 อยู่ในพื้นที่ จ.สงขลา พบอาการเจ็บหลังดีขึ้นหลังทำกายภาพ ขณะยอดบริจาคกว่า 81 ล้านบาท

บรรยากาศในวันที่ 6 ของโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ของ นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม จากจุดเริ่มต้นที่ลานกีฬา กม. 72 (ค่ายทหาร) จังหวัด สงขลา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คณะของตูน ได้เริ่มออกวิ่ง ซึ่งเป้าหมายของการวิ่งในวันนี้ เซตแรกจะไปสิ้นสุดที่คิตตี้รีสอร์ท อ.เทพา จ.สงขลา รวมระยะทาง 12.30 กม. โดยเป้าหมายของวันนี้จะไปสิ้นสุดที่ ปั๊ม ปตท.นาหม่อมอานนท์ อ.นาหม่อม จ.สงขลา รวม 61.80 กม.

โดยพบว่าตลอดทั้ง 2 ข้างทางที่คณะของนักร้องหนุ่มวิ่งผ่านนั้น ได้มีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจ พร้อมกับมาร่วมขอถ่ายรูปกันอย่างเนืองแน่น ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ตลอดเส้นทาง ส่วนยอดบริจาคล่าสุดเช้าวันนี้พบว่าพุ่งถึงกว่า 81,400,000 บาท แล้ว

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้นักร้องหนุ่ม ยังคงมีกำลังใจที่ดี และสุขภาพแข็งแรงแม้ว่าจะมีอาการบาดเจ็บที่หลัง ซึ่งทางทีมแพทย์ ต้องคอยดูแล ทำกายภาพ ร่วมกับใช้ยา โดยพบว่าอาการเริ่มดีขึ้นแต่ทางทีมแพทย์ยังคงเป็นห่วงในเรื่องของการดื่มน้ำ เนื่องจากตูนดื่มน้ำค่อนข้างน้อย


ผู้ป่วยมะเร็งและญาติจากทั่วสารทิศนับหมื่นคน เดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อเป็นหลักฐานเดินทางไปรับสมุนไพรที่บ้านหมอแสง ส่งผลให้ที่พักในตัวอำเภอและใกล้เคียงเต็มหมด

วันนี้ (4 พ.ย.) ที่บริเวณลานจอดรถหน้า สภ.เมืองปราจีนบุรี พบว่า มีประชาชนจากทั่วสารทิศที่ป่วยเป็นมะเร็งแห่กันเดินทางไปที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้บริเวณลานจอดรถพื้นที่ลานจอดรถกว่า 10 ไร่ มีรถยนต์จอดเต็มพื้นที่ ส่วนผู้ที่เดินทางมาในช่วงสายต้องจอดรถยนต์ไว้ตามถนนเป็นทางยาว

จากการตรวจสอบพบว่า มีประชาชนเรือนหมื่นทั้งผู้ป่วยและญาติต้องรอเข้าคิวเพื่อลงบันทึกประจำวัน ในการนำหลักฐานเพื่อเดินทางไปที่บ้าน นายแสงชัย แหเลิศตระกูล ต.บางเดชะ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เพื่อลงทะเบียนรับสุมนไพรที่เชื่อว่าแก้โรคมะเร็งได้

โดย นายแสงชัย มีกำหนดให้ผู้ป่วยมะเร็งมารับยาสมุนไพรฟรี ทุกวันอาทิตย์ต้นเดือน และในเดือนนี้ปรากฏว่ามีประชาชนที่ทราบข่าวจากสื่อมวลชนบางแห่งที่เผยแพร่ข่าวว่า ผู้ป่วยเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะระยะสุดท้ายกว่า 90% รับสมุนไพรไปทานแล้วมีอาการดีขึ้น บางรายไปตรวจที่โรงพยาบาลพบค่ามะเร็งเป็น 0 จึงทำให้มีประชาชนต้องการสมุนไพรจากหมอแสงเพิ่มมากขึ้น

และจากการที่มีประชาชนมาจำนวนมาก ทำให้ พ.ต.อ.ประสาน แก้วมหาสุริวงษ์ ผกก.สภ.เมืองปราจีนบุรี ต้องระดมกำลังตำรวจหลายสิบนายมาช่วยลงบันทึกประจำวันให้กับประชาชนที่มาใช้บริการตลอดทั้งวัน

หลังจากผู้ป่วยพร้อมญาติได้ลงหลักฐานบันทึกประจำวันแล้ว ก็จะขับรถมุ่งหน้าไปที่บ้านหมอแสง เพื่อรอเข้าคิวตรวจสอบเอกสาร ประกอบด้วย ใบรับรองแพทย์ว่าป่วยเป็นมะเร็ง บันทึกประจำวันจาก สภ.เมืองปราจีนบุรี บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ทางกลุ่มเพื่อนหมอแสงจะตรวจสอบหลักฐานของผู้ประสงค์รับยาตั้งแต่เวลา 02.00 น. เป็นต้นไป พร้อมจ่ายสมุนไพรให้กับผู้ป่วย จากการที่มีประชาชนเดินทางมานับหมื่นส่งผลให้ที่พักในเขตพื้นที่ อ.เมืองปราจีนบุรี และอำเภอใกล้เคียงเต็มทุกที่ รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับบรรดาพ่อค้า แม่ค้า เป็นอย่างมากอีกด้วย

นางศิริกุล ชาว อ.แกลง จ.ระยอง ผู้ป่วยมะเร็งที่รับสมุนไพรจากหมอแสงไปรับประทานแล้วมีอาการดีขึ้น กล่าวว่า ตนเองเป็นมะเร็งปอด หรือที่ต่อมไทมัส

“ผ่าตัดมาแล้วครึ่งหนึ่งก็เหลืออีกครึ่งหนึ่ง แต่ก็ผ่าตัดมาหลายครั้ง ด้านหลังก็ผ่า 3 ครั้ง หน้าอกถึงสะดือแล้วให้คีโม หลังจากนั้นก็งอกขึ้นมาเรื่อยๆ เพราะเป็นมะเร็งชนิดร้าย เริ่มเป็นตั้งแต่ระยะแรก แพทย์ก็เรียกสามีและลูกมาบอกว่าให้ดูแลแม่ดีๆ อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน แต่ก็อยู่มาได้ 10 ปีแล้ว ในระยะ 10 ปี ก็ดูแลตัวเองมาตลอด พยายามศึกษาว่าควรดูแลตัวเองอย่างไร ทั้งเรื่องอาหาร ออกกำลังกาย ไม่เครียด ต่อมาระยะหลังมะเร็งก็งอกขึ้นมาอีก 7 ก้อน ก้อนละประมาณ 2 ซม. หมอก็ผ่าตัดอีก ตอนนี้ก็งอกขึ้นมาอีก 6 ก้อน ไม่รู้จะผ่าตัดได้หรือเปล่า หมอก็แนะนำให้ฉีดยาเข็มละ 4 แสน รวม 6 เข็ม เป็นเงิน 2.4 ล้าน ให้คิดดู”

นางศิริกุล ยังกล่าวอีกว่า “สาเหตุที่ไม่ไปรักษาต่อ แม้มีอาการปวด หมอก็ให้ยารักษาตามอาการ และกลับมาหาหมอแสงซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้าย เมื่อกินยาแล้วอาการก็ดีขึ้น ตื่นมากระชุ่มกระชวย หลับลึก หลับสบาย กินมา 3 – 4 เดือนแล้ว สังเกตอาการที่เคยเป็นมากว่า 10 ปี ก็รู้ว่าอาการดีขึ้น”

ขณะที่ นายชำนาญ อายุ 47 ปี ชาว อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี กล่าวว่า ตนเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะสุดท้าย รักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี ทีแรกหมอเอกซเรย์เจาะชิ้นเนื้อไปตรวจก็ยังไม่แน่ใจ เลยเจาะไขกระดูกไปตรวจ พบว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 หมอก็รักษาตามขั้นตอน แล้วตนก็มาหันมากินยาหมอแสง ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่ง กินยามาแล้ว 5 เดือน ตอนนี้ค่ามะเร็งเป็น 0 ซึ่งหมอก็แปลกใจว่าทำไมหายเร็ว


สื่อประเทศจีนเผยภาพที่ถูกบันทึกไว้เมื่อช่วงวันที่ 30 ต.ค. ถึง 1 พ.ย. ที่ผ่านมา ของทิวทัศน์ช่วงฤดูใบไม้ร่วงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำทาริมหรือถาหลี่มู่เหอ ที่ไหลผ่านทะเลทรายทากลามากัน ทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดของจีน และใหญ่อันดับสองของโลก ที่เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์

ที่หมู่มวลต้นไม้พากันเปลี่ยนสีกลายเป็นสีแดง สีส้มและสีเหลืองทอง สวยงามตระการตาเป็นอย่างมาก รวมสวนสวรรค์บนดิน อีกทั้งพื้นที่บริเวณนี้ยังเป็นเขตอนุรักษ์ต้นหูหยาง ซึ่งเป็นเขตที่มีต้นไม้เก่าแก่จำนวนมาก มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดและรักษาสภาพสมบูรณ์ได้ดีที่สุดในโลก

โดยเขตอนุรักษ์ต้นหูหยาง ถ่าหลี่มู่ มีพื้นที่รวม 395,420 เฮกตาร์ นอกจากนั้นแล้วยังมีสัตว์ป่านานาชนิด มีสัตว์ป่าคุ้มครองระดับ 1 ของจีนกว่า 8 ชนิด สัตว์ป่าคุ้มครองระดับ 2 อีกกว่า 23 ชนิดด้วย ซึ่งทิวทัศน์อันสวยงามนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลไปเที่ยวชมเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน


ลุงเฉื่อย ผู้โด่งดังทางโซเชียมีเดีย ในวันพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในหลวง รัชกาลที่ 9 มาในมาดใหม่ ขี่ช้างดาราฮอลลีวูด ชวนท่องเที่ยวบ้านเกิด

กลายเป็นขวัญใจคนใหม่ นายเฉื่อย พโยมแจ่ม หรือ ลุงเฉื่อย วัย 60 ปี ที่เคยใช้เชือกฟางมัดเอวแทนเข็มขัด เพื่อให้การแต่งกายเรียบร้อย ในวันพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ลุงเฉื่อยก็ได้รับความสนใจมาอย่างต่อเนื่องและล่าสุด ลุงเฉื่อย ซึ่งมีความสามารถเป็นควาญช้าง ได้รับการพรีเซ็นเตอร์ โปรโมทการท่องเที่ยว โปรแกรม 1 วัน #เที่ยวแดนอารยธรรมเขวาสินรินทร์ ณ แคมป์ช้าง ชุมชนเขวาสินรินทร์ หมู่ 4 บ้านโชค ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์

โดยลุงเฉื่อยได้ขึ้นขี่ช้าง “พลายป๋อง” ช้างดาราฮอลลีวูด ที่เคยแสดงภาพยนตร์ “ป๊อปอาย มายเฟรนด์” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่เคยได้รับรางวัลจาก เทศกาลหนังในสหรัฐอเมริกา อย่างคล่องแคล่ว ขณะที่พลายป๋องเองก็ใช้งวง หยอกที่ลำตัวและศีรษะของลุงเฉื่อย อยู่ตลอด และยินยอมให้ขึ้นขี่อย่างดี

ลุงเฉื่อย ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาเขมร ภาษาพื้นถิ่นสุรินทร์ว่า ตั้งแต่เกิดมาก็เจอช้างเลย และเป็นควาญช้างมาตั้งแต่เด็กๆ นานกว่า 10 ปี รู้จักการใช้ “กัง-เวียน” หรือภาษาไทย แปลว่า ตะขอบังคับช้าง และนับถือศาลปะกำ วันนี้จึงอาสามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ พร้อมกล่าวขอบคุณผู้ที่ติดตามให้กำลังใจ และเชิญมาเที่ยว อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ด้วย

นายวัน เรียงเงิน ลูกชายนายเชี่ยว เรียงเงิน อดีตผู้ใหญ่บ้าน บ้านโชค ที่เคยเลี้ยงดูลุงเฉื่อย เล่าว่า ลุงเฉื่อยเคยเลี้ยงช้างให้กับพ่อของตนเอง และสนิทกับพี่ชาย โดยช้างที่เลี้ยง เคยแสดงหนังฝรั่งที่เชียงใหม่ เป็นกลุ่มเขมรเลี้ยงช้าง บ้านโชค บ้านเขวาสินรินทร์ ซึ่งโดยปกติจะเดินทางพาช้างไปรับจ้างที่จ.เชียงใหม่ , ภูเก็ต และกระบี่

ด้านนางสุทิศา คงเถลิงศิริวัฒนา นายอำเภอเขวาสินรินทร์ กล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยวว่า อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เป็นอำเภอที่มีวัฒนธรรมภูมิปัญญาที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ้ามาเที่ยวเมืองสุรินทร์ อยากให้แวะมาเขวาสินรินทร์ ซึ่งมีทั้งเครื่องเงินโบราณที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ผ้าไหมพื้นเมืองฝีมือภูมิปัญญาทุกชุมชนปราสาททอง โบราณสถานคู่ชุมชน และชุมชนโบราณบ้านพระปืด อธิษฐานพระเสี่ยงทาย หลวงพ่อพระปืด และทุกปี อำเภอเขวาสินรินทร์ จะมีการจัดงานเทศกาล “นุ่งผ้าไหม ใส่ประเกือม เรือมกันตรึม” ซึ่งอยู่ใกล้ตัวจังหวัดสุรินทร์เพียง 20 กิโลเมตรสามารถตอบโจทย์การท่องเที่ยวได้อย่างครบถ้วน

คลังเก็บ