ป้ายกำกับ: หงส์แดง


ฟูลแบ็คดาวรุ่งหงส์แดงยอมรับแนวรุกตัวเก่งราชันชุดขาวเป็นสุดยอดนักเตะ แต่เชื่อว่าตัวเองมีวิธีรับมือได้

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟูลแบ็คดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูลยอมรับว่าเป็นงานหนักที่ต้องรับมือ คริสเตียโน โรนัลโด้ดาวยิงตัวเก่งของ เรอัล มาดริด แต่เชื่อว่าตัวเองจะทำได้

แบ็คขวาจอมขยันของหงส์แดงมีโอกาสได้ลงสนามดวลกับกัปตันทีมชาติโปรตุเกสในศึกยูฟาแชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศสุดสัปดาห์นี้ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าคงเป็นงานที่หนักมากเพราะคู่ต่อสู้คือนักเตะที่ดีที่สุดในโลกแต่เชื่อว่าแม้แต่ตอนที่ท็อปฟอร์มดาวซัลโวราชันชุดขาวก็ยังมีจุดอ่อน

“เขาคือหนึ่งในนักเตะที่ดีสุดตลอดกาล ” อาร์โนลด์ กล่าวกับ AFP”เขาทำสิ่งที่เหลือเชื่อได้ตลอดทั้งเกมแต่เขาก็มีจุดอ่อนเหมือนกับที่นักเตะทุกคนมี”

“วันเสาร์นี้เราจะพยายามหยุดพวกเขาให้ได้และหยุดไม่ให้ โรนัลโด้ทำในสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุด หยุดไม่ให้เขาทำประตูได้”


ซาดิโอ มาเน่ กองหน้า “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล นำทัพ 23 ขุนพลทีมชาติเซเนกัล ชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย จากการประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งเซเนกัล จะอยู่ร่วมสาย เอช กับ โคลอมเบีย, ญี่ปุ่น และ โปแลนด์

โดยมีนักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษถึง 7 คนด้วยกัน สำหรับรายชื่อทีมชาติเซเนกัล ชุดสู้ศึกฟุตบอลโลกประกอบด้วย

-อับดุลลาเย่ ดิอัลโล่ (เรนส์)
-คาดิม เอ็นดิเย่(โฮโรย่า)
-อัลเฟรด โกมิส(เอสพีเอแอล)
-คาลิดู คูลิบาลี่ (นาโปลี)
-ลามิเน่ กัสซาม่า(อาลันยาสปอร์)
-ปาเป้ เอ็นดิเย (สโต๊กซิตี้)
-ชีค ติดิอาเน่ เอ็นโดเย่(เบอร์มิ่งแฮม)
-ชีคคู คูยาเต้ (เวสต์แฮม)
-อิดริสซ่า กาน่า กูเอเย่(เอฟเวอร์ตัน)
-เคอิต้า บัลเด(โมนาโก)
-อิสไมาล่า ซาร์(เรนส์)
-มุสซ่า ซอว์(บูร์ซาสปอร์)
-มุสซ่า โคนาเต้(อาเมียง)
-มุสซ่า วากูเอ(ยูเปน)
-ซาลีฟ ซาเน่(ฮันโนเวอร์ 96)
-อัลเฟรด เอ็นดิเย(วูล์ฟส์)
-ซาดิโอ มาเน่(ลิเวอร์พูล)
-ดิอาฟรา ซาโก้(เรนส์)
-คาร่า เอ็มบอดจิ(อันเดอร์เลช)
-เอ็มบาเย่ ฮามาดี เนียง (โตริโน่)
-ยูซูฟ ซาบาลี(บอร์กโดซ์)
-มาเม่ บิราม ดิยุฟ(สโต๊ก)
-ซาลิยู คิสส์(วาลองเซียน)


ความมั่นใจก่อนเกมที่มีอยู่มากล้น ตอนนี้หายไปหมดเลย ผลการแข่งขันก่อนเกมในใจหลายคนคงคิดว่าต้องจบด้วยผลชนะแน่นอน น่าเสียดายจริง ๆ
เอาล่ะครับ ในเมื่อเกมมันจบลงแบบนี้ เราแฟนบอลตาใส ๆ จะทำอะไรได้ นอกจากทำใจก้มหน้ารับความจริงกันต่อไปรอเวลาให้ทีมกลับมาดูดีมากกว่านี้ แม้จะรอมาสักพักแล้วก็ตาม

ขอบคุณข้อมูลสถสิติ WhoScored.com
5. ส่องสถิติน่าสนใจ
ลิเวอร์พูล มีโอกาสยิงเยอะเช่นเคย 16 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง ทำได้ 1 ประตู มอสโก มีโอกาสยิงเพียง 4 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง ทำได้ 1 ประตู
ลิเวอร์พูล สัมผัสบอลมากถึง 801 ครั้ง ในขณะที่ มอสโก สัมผัสเพียงแค่ 521 ครั้ง
ซาดิโอ มาเน มีสถิติเลี้ยงบอลผ่านสำเร็จสูงที่สุดในเกมนี้ที่ 5 ครั้ง
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มีสถิติเข้าแท็คเกิ้ลสูงที่สุดในเกมนี้ที่ 5 ครั้ง ตามมาด้วย เดยัน ลอฟเลน 4 ครั้ง
ผู้เล่นที่สัมผัสบอลสูงที่สุดในเกมนี้คือ อัลแบร์โต้ โมเรโน ที่ 116 ครั้ง
4. ชนะไม่ได้สักที UCL
ผ่านมาแล้ว 2 เกม นัดที่แล้วก็พลาดท่าเสมอ เซบียา 2-2 เกมนี้ก็ยังต้องมาเสมอ พูดตามตรงแบบไม่เข้าข้างทีมตัวเอง รูปเกมของเราดูดีกว่ามากโดยเฉพาะแนวรุกหาโอกาสเข้าทำกันเป็นว่าเล่น
นัดต่อไปเจอ มาร์ริบอร์ คาดว่า 3 แต้มแรกคงมีให้ชื่นใจบ้าง เพราะถ้าเอาชนะไม่ได้ รอบลึก ๆ เราก็ควรเลิกหวังไปได้เลย
สำหรับผมแล้วไม่ได้เครียดอะไรมากมายเพราะยังมีเกมในบ้านไว้รออีก 2 นัด หวังว่าจะเก็บ 6 แต้มเต็มในบ้านได้ ส่วนเกมนอกบ้านก็ภาวนาให้ทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ไปซ้อมจบสกอร์กันแบบคม ๆ อยากให้ซ้อมจบสกอร์อย่างเดียวได้ไหมช่วงนี้ เรื่องเดียวที่อยากจะขอ

3. แนวรุก ทำอะไรได้บ้าง
ตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลจนถึงตอนนี้ ซึ่งก็ผ่านมาแล้วสักพัก สิ่งหนึ่งที่เห็นมาตลอดคือแนวรุกสปีดนรกของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ใครต่อใครต้องบอกว่ามันสุดยอด เอาจริง ๆ ก็สุดยอดอย่างไม่อวยตัวเองเลย เพราะวูบวาบสร้างสรรค์โอกาสกันได้ตลอด
แต่เดี๋ยวก่อน เราจะเป็นทีมที่สร้างสรรค์โอกาสเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องการประตู ไม่ใช่โอกาสยิง 20-30 ครั้งต่อเกม แล้วสกอร์บอร์ดโชว์แค่ 1 ประตู ต่อให้ชนะ 1-0 มีโอกาสยิงเยอะอย่างที่บอก ก็ไม่ใช่ผลดีกับเราในระยะยาว ๆ
แรก ๆ หวังว่าอีกสักเดี๋ยวสกิลการจบสกอร์คงเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะ ฟิร์มิโน คาดหวังกับชายคนนี้ไว้มากที่สุดแล้ว เพราะ คล็อปป์ เลือกที่จะใช้เขาเป็น กองหน้าตัวเลือกเบอร์ 1 ของทีม
เริ่มจากที่ มาเน พูดโดยรวมจากเกมนี้ ยกให้เป็นดาวเด่นของทีมเลย ยังคงเป็นความหวังที่เราขาดไม่ได้เช่นเคย ก็ยังต้องสงสัยต่อไปว่าทำไม คล็อปป์ ถึงเปลี่ยนออก จะบอกว่าไม่ฟิตก็คงไม่ได้

สถิติหลังเกมของ มาเน
1 แอสซิตส์
1 โอกาสยิง
ลี้ยงบอลผ่านสำเร็จ 5 ครั้ง (สูงที่สุดในเกมนี้)
76 เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ
ไม่ได้หวือหวาจนคาดหวังอะไรได้มาก แต่ฟอร์มโดยรวมเกมนี้ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่ถูกพูดถึงมาก ก็ยังเรื่อย ๆ เช่นเคย

สถิติหลังเกมของ ซาลาห์
6 โอกาสยิง (มากที่สุดในเกมนี้)
เข้ากรอบ 2 ครั้ง ทำได้ 0 ประตู
76 เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ

2. แท้จริงแล้วสิ่งที่ขาดหายคืออะไร
ช่วงตลาดซื้อ-ขาย คล็อปป์ บอกว่าจะไม่ซื้อใครในตำแหน่งกองหน้าเพิ่ม เพราะ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน จะเป็นตัวเลือกแรกของเขาและแน่นอน สเตอร์ริดจ์ จะได้อยู่ต่อ มันทำให้ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ตอนนั้น เพราะต่างก็คิดว่า ฟิร์มิโน, สเตอร์ริดจ์ ดาวรุ่งอย่าง โซลันเก้ ก็น่าเพียงพอแล้ว
มาถึงตอนนี้ คล็อปป์ คงต้องลดความอีโก้สูงของตัวเอง มองหาศูนย์หน้าดาวยิงที่จบสกอร์ได้แบบคม ๆ ให้ทีมสักที ช่วงตลาดมกราคมที่จะถึงนี้ หวังว่าจะได้เห็นสัก 1 คน เพราะถ้าอย่างนั้น คงต้องมานั่งอ่านสถิติหลังเกมที่มีโอกาสยิง 20-30 ครั้ง แล้วจบลงด้วยการทำประตูแค่ 1-2 ประตู ต่อไปยาว ๆ จนจบซัน
มีประโยชน์กับทีม แต่ไม่ใช่ทุกนัด ฟอร์มไม่คงที่ ยังไม่นิ่งพอเป็นตัวความหวังให้กับทีม เกมวันนี้ปั่นป่วนคู่ต่อสู้ได้น้อยมาก ส่วนเรื่องการยิงประตู ก็พอให้อภัยได้ เพราะเขาไม่ใช่กองหน้าอาชีพมาตั้งแต่เริ่มต้น แต่ก็หวังจะพัฒนาได้

สถิติหลังเกมของ ฟิร์มิโน
มีโอกาสยิง 3 ครั้ง
เข้ากรอบ 1 ครั้ง ทำได้ 0 ประตู

79 เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ
ในเกมที่ทีมจบสกอร์กันไม่ได้ สิ่งหนึ่งที่ม้านั่งสำรองมีคือชายคนนี้ / คล็อปป์ คิดผิดมากนะในความรู้สึก ที่เลือกเปลี่ยนลงไปแทน มาเน ควรจะได้ลงไปแทน ฟิร์มิโน มากกว่า ส่วนเรื่องทัศนคติในเกม ก็อย่างที่เห็น ๆ คือพยายามเล่นคนเดียวจนเกินไป พยายามยิงจากทุกทิศทุกทาง แต่ก็ต้องอย่างนั้นเพราะช่วงท้ายเกม ทีมต้องการสกอร์ จะมามัวต่อบอลกันงึก ๆ งัก ๆ กันอยู่ทำไม สู้ต่อไป สเตอร์ริดจ์

สถิติหลังเกมของ สเตอรริดจ์ ลงสนามในนาทีที่ 71
มีโอกาสยิง 2 ครั้ง
ไม่เข้ากรอบเลยสักครั้ง

1. ฝั่งขวาไม่ทำงาน
การขาดหายไปของ นาธาเนียล ไคลน์ ทำให้ การเติมเกมรุกจากฝั่งขวา ฟอร์มผีเข้าผีออกอยู่บ่อย ๆ นัดไหนเล่นดีก็ดีจับใจ ภาวนาให้ ไคลน์ กลับมาเร็ว ๆ ได้แล้ว จะได้มาช่วย ซาลาห์
ส่วนฝั่งซ้ายทำงานกันได้ดี โดยเฉพาะ โมเรโน ที่ต้องชมว่ามีความกระหายมากกว่าเดิมเพิ่มจากซีซันที่แล้วแบบก้าวกระโดด
แม้กระทั่ง ลอฟเลน ที่ยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็คฝั่งซ้าย ก็ทำงานได้เป็นอย่างดี ดีมากที่สุดในเกมรับวันนี้เลย ส่วน คูตินโญ กับ มาเน ก็อย่างที่เห็นทีมขาดไม่ได้เลย


เจอร์เก้น คลอปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไม่หวั่นทีมอื่นๆรวยทุ่มซื้อนักเตะแพงๆ มั่นใจปั้นทีมสู้ได้เจอ-เก้นเจอร์เก้น คลอปป์ ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ประกาศตัวไม่ใช่ผู้จัดการทีมแนวที่ต้องซื้อนักเตะค่าตัวแพงเพื่อความสำเร็จ หลังจากที่ในช่วงนี้บรรดาทีมยักษ์ใหญ่ของพรีเมียร์ลีกไม่ว่าจะเป็น “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด, “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี และ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ต่างทุ่มเงินซื้อนักเตะแพงๆเข้ามาเสริมทีมโดยเฉพาะ แมนฯยูไนเต็ด ที่กำลังจะได้ตัว ปอล ป๊อกบา เข้ามาเสริมทีมด้วยค่าตัวกว่า 100 ล้านปอนด์ หรือกว่า 5,200 ล้านบาท ขณะที่ แมนฯซิตี กำลังพยายามดึงตัว จอห์น สโตน จากเอฟเวอร์ตันด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ หรือราวๆ 2,600 ล้านบาท
ขณะที่ คลอปป์ กับ ลิเวอร์พูล แม้ว่าจะใช้เงินในการเสริมทัพไปแล้วร่วม 70 ล้านปอนด์ แต่นายใหญ่ของลิเวอร์พูลมองว่าเป็นการเสริมทีมคนละแนวกับทีมใหญ่ทีมอื่นๆ เพราะจะไม่มุ่งทุ่มเงินไปกับผู้เล่นเพียงคนเดียว และจะใช้การซื้อนักเตะถูกๆเข้ามาปั้นเป็นผู้เล่นชั้นดีมากกว่า โดยผู้เล่นที่แพงที่สุดในฤดูกาลนี้ของหงส์แดงคือ ซาดิโอ มาเน กองหน้าที่ย้ายจากเซาแธมป์ตันมาด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์
“สโมสรอื่นๆสามารถทำแบบนั้นได้ จ่ายเงินมากเพื่อสะสมผู้เล่นชั้นยอด มันก็ใช่แต่หากคุณเอานักเตะเพียงคนเดียวเข้ามาด้วยค่าตัว 100 ล้านปอนด์ และเขาเกิดเจ็บขึ้นมาแล้วทุกอย่างก็เป็นเหมือนควัน ผมต้องทำให้มันแตกต่างหรือเปล่า อันที่จริงแล้วผมอยากจะทำสิ่งที่ต่างออกไป แม้ว่าเราจะจ่ายเงินเหมือนกัน ผมต้องการทีมสปิริตพิเศษ ผมอยากได้ตรงนั้นมากกว่า” คลอปป์กล่าว


“ผมไม่ได้สนใจเรื่องต่างๆของสโมสรอื่น พวกเขาสามารถทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการและจ่ายเงินมากเท่าที่พวกเขาต้องการ ผมไม่รู้ว่าจริงๆแล้วที่ผ่านมาเราจ่ายไปขนาดไหน สำหรับผู้เล่น 5 หรือ 6 ทีมอื่นๆอาจจะซื้อผู้เล่นได้เพียงคนเดียวด้วยเงินจำนวนเดียวกัน แต่ผมไม่แคร์ ผมไม่สนใจเรื่องของสโมสรอื่นๆ ผมจะไม่พูดว่านั่นเป็นการจ่ายเงินมากเกินไป เราก็จ่ายเงินเช่นกันแต่ไม่เหมือนกัน” คลอปป์กล่าว

คลังเก็บ